QueenBlade

Queen's Blade Rebellion : Illust Story Chapter 1

posted on 10 Dec 2010 00:31 by aclair  in QueenBlade
 
 
  
  
หมายเหตุ : บทความดังกล่าวแปลขึ้นจากความสนุกของผมเอง เพราะฉะนั้นอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ในหลายๆจุดในส่วนภาษาและเนื้อหา ใครที่หลงเข้ามาโปรดเข้าใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากมีข้อติชมเช่นไรผมยินดีรับฟังเพื่อนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณครับ
 
 
 
บทที่ 1  เจ้าหญิงอัศวิน 
 
 
 
 
    ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่รู้จักกันในนามของ "อาณาจักรชายแดน ครูซ" ซึ่งมีทิวทัศน์อันสวยงามและท้องสมุทรสีทองอร่ามเมื่อยามอาทิตย์อัสดง ในอดีตนั้นที่นี่เป็นเพียงดินแดนที่แห้งแล้งและอดอยาก เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างร่วมใจกันฟื้นฟูสภาพเพื่อให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ผู้เป็นเจ้าดินแดนนั้นได้ลงแรงช่วยเหลือชาวนาของตนจนเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลนจนกระทั้งดินแดนแห่งนี้กลับมาอุดมสมบรณ์จนเป็นที่ต้องตา ณ เบื้องหน้าของพวกเขาเหล่านี้มีเหล่าอัศวินทั้งหลายคอยปกป้องดินแดนเอาไว้ ด้วยกองกำลังอัศวินแห่ง มาร์กราฟ ครูซ( Margrave Kruze ) ว่ากันว่าสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขมานานนับพันปีจนเป็นที่กล่าวขวัญของเหล่าขุนนางทั้งหลายท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองเก็บเกี่ยวมักจะมีการสรรเสิญถึงเจ้าดินแดนและเหล่าอัศวินของเขา  บัดนี้สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงอดีต ทุ่งข้างสาลีอันเคยส่องประกายทองอล่ามไปทั่วท้องทุ่ง เหล่าเสียงร้องเพลงอย่างสนุกสนานของชาวนาที่เคยมีมากมาย เหล่าผู้คนที่เคยขี่ม้าตัวโปรดออกวิ่งเล่นกลางทุ่งหญ้า  ทั้งหมดนี้ได้ถูกปล้นไปจากสงครามเพียงไม่กี่วัน ผืนดินลุกเป็นไฟ ปราสาทกลายเป็นซากปรักหักพัง เหลือเพียงอัศวินผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางซากเหล่านั้น
 
อัศวินผู้นั้นรูปร่างไม่สูงใหญ่นัก รูปร่างบอบบาง สัญลักษณ์ที่สลักบนเกราะอกนั้นบ่งบอกถึงการเป็นอัศวินในสังกัดอาณาจักรครูซระดับสุดยอดฝีมือในราชอาณาจักร
 
??? : " เหลือเพียงเท่านี้เองรึนี่.... "
 
อัศวินรำพันขณะที่มองไปรอบๆเพลิงที่กำลังลุกใหม้จากบ้านที่ยังหลงเหลืออยู่พลางถอดหมวกเกราะออก ภายใต้หมวกเกราะนั้นปรากฎใบหน้าอันงดงาม ผมที่ยาวสลวยที่ประไปถึงบั้นท้าย อัศวินได้ใช้มีดตัดเข็มขัดหนังพร้อมกับปลดชิ้นส่วนของชุดเกราะ ส่วนที่เป็นโลหะค่อยๆถูกปลอดออกทีละชิ้น เรือนร่างที่ถูกปกปิดจากโลหะแข็งๆค่อยๆเผยโฉมออกมาเป็นหญิงรูปงามในชุดป้องกันที่เหลืออยู่พอจำเป็น
 
??? : " หลังจากความพ่ายแพ้นี้ ไร้ซึ่งเกียรติยศ ราษฏรที่ต้องปกป้อง ไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังความเป็นสตรีนี้อีกต่อไป "
 
ผิวพรรณที่เผยออกมาตั้งแต่ต้นคอจรดใหล่นั้นช่างนุ่มนวลและขาวสะอาดดั่งผ้าไหม  หน้าอกที่ท่วมท้นจนแทบจะทะลักออกมาจากชุดเกราะนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าอัศวินผู้นั้นคืออิสตรี
 
??? : " อย่างไรก็ตาม เรานั้นยังคงเป็นคนของ มาร์กราฟ ครูส แอนเนล็อตเต้!! "
 
หญิงสาวเรียกตัวเองว่า "แอนเนล็อตเต้(Annelotte)" นั้นได้นำชิ้นส่วนที่เหลือของธงบนมือนั้นมาทำต่างเสื้อคลุม
 
แอนเนล็อตเต้ : " ไปกันเถอะ! แอมโบรเซียส! (Ambrosius) "
 
ทันใดนั้นซากปรักหักพังก็กังวานไปทั่วด้วยเสียงร้องของม้า ในขณะเดียวกันเสียงอันทรงพลังของฝีเท้าปรากฏออกมาเป็นม้าขึ้นต่อหน้าของแอนเนล็อตเต้  รูปร่างที่โปร่งทึบ แผงคอที่สยายดุดดั่งเปลวเพลิง ผู้ใดที่ได้พบเห็นคงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่มันไม่ใช่ม้าธรรมดาแน่  ม้าตนนี้เป็นอูสรกายอันน่าสพรึงกลัวแห่งโลกใต้พิภพ แอนเนล็อตเต้แสดงท่าทีเอนดูต่ออูสรใต้พิภพตนนี้และมันก็ตอบรับด้วยการเอาหน้าไปถูกับโหนกแก้มของหล่อน
 
แอนเนล็อตเต้ : " แอมโบรเซียส.....  ขอโทษนะจ๊ะกับความเห็นแก่ตัวที่ผ่านมาของชั้น "
 
แอนเนล็อตเต้ลูบไล้ต้นขอของแอมโบรเซียสด้วยความรักและกระโดดขึ้นหลังของมันอย่างว่องไว
 
แอนเนล็อตเต้ : " ไปกันเถอะ! ปลายทางคือไกนอส! เป้าหมายคือศรีษะของควีนโครเด็ท! "
 
อาชาแห่งโลกใต้พิภพ แอมโบรเซียส ตั้งท่ายกขาหน้าพร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างกึกก้องก่อนที่จะทยานไปอย่างรวดเร็วดุจใต้ฝุ่น
 
 
ณ ไกนอส  เมืองหลวงแห่งควีน
 
หนึ่งปีต่อมาหลังจากสิ้นสุดปกครองของควีนคนก่อนอัลดร้า(Aldra)ที่สามารถดำรงตำแหน่งได้นานถึง 8 ปี
 
   ควีนเบลด สงครามชิงบัลลังค์แห่งควีนผู้กุมอำนาจทั่วทวีป ในการแข่งขันรอบสุดท้าย"ราชินีผู้น่าสพรึงกลัวอัลดร้า" ได้พ่ายแพ้แก่นักรบผู้งดงามท่านหนึ่ง ทว่านักรบผู้นั้นกลับยกบัลลังค์แห่งควีนให้กับผู้อื่นแทนซึ่งก็คือ"แม่ทัพแห่งวายุอัศนีโครเด็ท(General ThunderStrom, Claudette)"ที่พ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศ หล่อนได้รับการยอมรับจากเหล่าประชาชนและทุกๆฝ่ายต่างยินยอมการขึ้นสู่บัลลังค์ในครั้งนี้
 
การล้มล้างระบอบชนชั้นสูงอย่างจริงจังทำให้ประชาชนถูกปลดปล่อยจากการเสียภาษีราคาแพงและการกดขี่ข่มเหงจากเหล่ากองกำลังที่แข็งแกร่งของควีน   ทำให้ทุกคนเกิดความหวังความสงบสุขในสมัยของควีนโครเด็ท
 
ทว่า สิ่งเหล่านี้มีขึ้นได้เพียงแค่ปีเดียวความสงบสุขของผู้คนนั้นก็ได้พังทลายลงในที่สุดเมื่อเปลือกนอกจอมปลอมแห่งยุคสมัยของควีนโครเด็ทนั้นถูกกระเทาะออกด้วยกองกำลังที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่กว่าควีนองค์ก่อน เหล่าขุนนางที่ต่อต้านถูกคุมตัวอย่างและทารุณอย่างโหดเหี้ยม เหล่าทวีปข้างเคียงถูกมอดไหม้ไปด้วยไฟแห่งสงครามจนกระทั่งมีการประกาศจากควีนโครเด็ทว่าหล่อนจะเป็นผู้ควบคุมทุกสรรพสิ่งของทั่วทุกทวีปไปตลอดกาลเป็นเหตุให้ยกเลิกกฎของควีนเบลดและเป็นการเริ่มต้นของ"กฎแห่งความหวาดกลัว" เหล่าผู้กล้าที่อาจหาญต่อกรกับควีนจะไม่มีอีกต่อไป เหล่าผู้ท้าทายทั้งหลายที่หวังจะเอาชนะหล่อนจะถูกจองจำไม่ก็พ่ายแพ้ต่อหล่อน  เมื่อไร้ซึ่งทางต่อต้านก็จำต้องยอมจำนน ปิดหู ปิดตา ปิดปากเงียบ ได้แต่ทำตามคำสั่งเพียงเพื่อหวังเอาชีวิตรอด เหล่าประชาชนทั้งหลายจึงกลายเป็นดั่งคนไร้ซึ่งชีวิตชีวาไปทั่วดุจดั่งต้องโรคระบาด
 
ทหาร : " ใต้ฝ่าละอองพระบาท   ข้าแต่องค์ราชีนีจะทรงดำรัสแล้ว ! "
 
  
นี่คื่อปราสาทพำนักของควีน ณ ใจกลางเมืองหลวงแห่งไกนอส เหล่าทหารทั้งหลายต่างเรียงแถวอย่างพร้อมเพรียงและยืนยกดาบขึ้นสูงเพื่อถวายบังคมแด่องค์ราชินี เหล่าประชาชนหมอบลงกับพื้นแล้วปราศจากการการเคลื่อนไหวอื่นใดอีกจนกระทั่งจบพิธีการ ควีนในผ้าคลุมสีดำสนิทจ้องมองลงมายังเหล่าประชาชนจากบนระเบียงปราสาท ข้างกายของหล่อนมีดวาฟหญิงผู้หนึ่งและหญิงสาวทวินเทลอีกหนึ่งนาง  ใบหน้าของควีนโครเด็ทนั้นถูกปิดบังด้วยผ้าคลุมศรีษะเพื่อบังแสงแดดที่สาดส่องลงมา
 
โครเด็ท : " เหล่าประชาชนผู้จงรักภักดีเอ๋ย......  เหล่ากบฎส่วนหนึ่งนั้นได้ถูกบดขยี้ไปเรียบร้อยแล้ว "
 
เสียงที่กึกก้องลงสู่พื้นโลกนั้นเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาดุดดั่งไม่ใช่น้ำเสียงของมนุษย์ พูดถึงเหล่าขุนนางเขลาและลโมภทั้งหลายที่เห็นแก่ประโยชน์ตน ย่อมไม่มีทางเข้าใจถึงความสงบสุขที่ดำรงอยู่ได้ด้วยกฎของควีน
 
ด้วยพลังเวทย์ที่ครุกรุ่นขึ้น น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกได้ส่งผ่านไปถึงเหล่าประชาชนทั้งหลาย
 
โครเด็ท : " คำสั่งของข้ามีเพียงอย่างเดียว......  คล้อยตามข้า แล้วพวกเจ้าจะมีชีวิตรอด "
ทหาร    : " ขอเดชะองค์ราชีนีทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน! "
 
น้ำเสียงอันพร้อมเพรียงของเหล่าทหารดังกึกก้องดุจดั่งเสียงคำรามของสัตว์ป่านั้นเป็นการกล่าวสรรเสิญต่อควีนของพวกเขา
 
ทหาร    : " ขอเดชะองค์ราชีนีทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน! "
 
จากท่าทีของเหล่าทหารนั้นทำให้เหล่าประชาชนจำยอมต้องกล่าวตาม ด้วยกฎที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมป่าเถื่อน เมืองหลวงแห่งไกนอสจึงเต็มไปด้วยเสียงครวญและร่ำให้ไปทั่ว
  
แอนเนล็อตเต้ : " แต่ชั้นไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั่น! "
 
น้ำเสียงหนึ่งเสียงที่เชือดเฉือนผ่านออกมาจากกลุ่มเสียงของเหล่าคนนับพันทำให้เกิดความแตกตื่นไปทั่วลานผู้คนกระจัดกระจายออกเป็นวงกว้างดุจดั่งผิวน้ำที่ถูกตกกระทบ
 
แอนเนล็อตเต้ :  "ราชินีแห่งวายุอัศนีโครเด็ท! การปกครองอันโหดเหี้ยมของเจ้าจะต้องสิ้นสดลงที่นี่แล้ว "
โครเด็ท         :  " หืม...... "
 
เหล่าประชาชนพากันแตกตื่นกันไปคนละทิศคนละทางเมื่อได้พบเห็นม้าประหลาดที่มีแผงคอส่องประกายดุจดั่งแสงอาทิตย์ ทว่าสิ่งนั้นหาได้สร้างความหวาดกลัวแด่เหล่าทหารหาญของควีนไม่อีกทั้งยังจัดรูปขบวนทัพอย่างพร้อมเพรียง
 
ทหาร : " อย่าให้นังนั่นเข้าใกล้องค์ราชินีได้เป็นอันขาด! "
 
เหล่าทหารตั้งหอกขึ้นเพื่อรับมือแอนเนล็อตเต้ที่กำลังควบแอมโบรเซียสอยู่ ฝูงคมหอกพุ่งเข้าหาแอนเนล็อตเต้จากข้างหลัง
 
แอนเนล็อตเต้ : " อย่าได้คิดจะหยุดชั้นด้วยของแค่นี้เลย! แอมโบรเซียส! "
 
ทันทีที่แอนเนล็อตเต้ตะโกนเจ้าม้าแห่งโลกใต้พิภพก็ได้กระโดดข้ามเหล่าทหารและคมหอกไปเรื่อยๆทีละสองสามคนจนเกือบจะถึงตัวควีนโครเด็ทอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจก่อนที่เหล่าทหารจะเข้าถึงตัวแอนเนล็อตเต้
 
แอนเนล็อตเต้ : " ยังหรอก! "
  
แอนเนล็อตเต้ตวัดดาบตัดปลายหอกที่หมายเข้าถึงตัวหล่อนส่วนกลุ่มทหารที่จะเข้ามารุมก็ต้องแตกกระจายออกจากการเต้ของแอมโบรเซียส ดุชดั่งคลื่นสมุทรอันบ้าคลั่งแอนเนล็อตเต้สามารถพิชิตกลุ่มทหารที่กรูเข้ามาได้เพียงไม่กี่อึดใจ
 
ทหาร : " บ้าเอ๊ย!!!    ทหารม้า!   ประจัญบาน! "
 
เหล่าทหารเดินเท้าที่ไม่สามารถหยุดแอนเนล็อตเต้ต่างพากันหลีกทางออกเพื่อให้ทหารม้าสิบนายพุ่งเข้าจู่โจมแอนเนล็อตเต้
 
แอนเนล็อตเต้ : " ถ้าเจอแบบนี้ละก็......"
  
แอนเนล็อตเต้แก่งดาบออกมา ทันใดนั้นตัวดาบได้เปร่งประกายแสงและค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างดั่งน้ำเปลี่ยนรูปกลายเป็นทวนศึก
 
แอนเนล็อตเต้ : " อย่าได้คิดที่จะเอาชนะชั้นกับแอมโบรเซียสด้วยศึกบนหลังม้า! "
 
ดั่งพสุธากัมปนาท พื้นดินคละคุ้งไปด้วยฝุ่นจากการพุ่งทะยานของแอมโบรเซียส การจู่โจมของแอนเนล็อตเต้กับม้าคู่ชีพรวดเร็วและรุนแรงดั่งกระสุนปืนทลายวงล้อมของทหารม้าและเข้าใกล้ควีนโครเด็ทเรื่อยๆ
 
แอนเนล็อตเต้ : " ควีนโครเด็ท! เตรียมรับมือ! "
 
อัศวินสาวขว้างทวนออกไปหาโครเด็ทที่กำลังจ้องอยู่ที่ระเบียงประสาท ทันใดนั้นทวนได้พุ่งเข้าที่กลางอกของควีนโครเด็ทเข้าอย่างแม่นยำ
 
แอนเนล็อตเต้ : "เสร็จชั้นละ! "
 
แต่ทว่าทวนนั้นไปไม่ถึงเป้าหมาย
 
โครเด็ท : " หืม..... ทำได้ไม่เลวนี่ "
 
โครเด็ทสามารถหยุดทวนไว้ได้ด้วยมือเปล่าเพียงข้างเดียว
 
แอนเนล็อตเต้ : " อัคค!! "
 
จากการที่พลาดโอกาสสุดท้ายสร้างความขุ่นเคืองแก่แอนเนล็อตเต้ยิ่งนัก เพียงชั่วอึดใจ ตายข่ายเหล็กได้ถูกเหวี่ยงออกมาเพื่อจับตัวอัศวินสาวจนทำให้หล่อนตกลงมาจากหลังม้า
 
แอนเนล็อตเต้ : " อ๊า~~!! "
 
ทันทีที่ตกถึงพื้น แอนเนล็อตเต้ถูกห้อมล้อมไปด้วยฝูงคมหอกด้วยท่าทีที่เจ็บปวด
 
 
                                         * ภาพนี้มาจากเวปออนไลน์ของ Hobby Japan และได้มีการวาดใหม่เมื่อได้รวมเล่มลงหนังสือเป้นภาพด้านล้างนี้
                            
 
 
 
 
แบบนี้ต้องถูกแทงแน่--
ความคิดเพียงชั่วแลนของแอนเนล็อตเต้เกิดขึ้นและพยายามรวบรวมสติใหม่
 
โครเด็ท : " เอาละ...... ปล่อยหล่อนซะ "
 
โครเด็ทกระโดดลงมาจากระเบียงค่อยๆลงสู่พื้นอย่างไร้เสียงใดๆดุจดั่งว่าหล่อนสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงได้
 
โครเด็ท : " เพียงแค่กำลังของตัวเจ้าเองสามารถมาได้ไกลพอดูทีเดียว...... "
 
หลังจากที่พูดจบ ทวนได้ถูกกลิ้งเข้าไปหาแอนเนล็อตเต้ ดูเหมือนว่าหน้าที่ของมันได้เสร็จสิ้นแล้วทวนดังกล่าวได้แปรสภาพกลายเป็นดาบอีกครั้ง
 
โครเด็ท         : ดาบเวทย์มนต์ที่สามารถแปรสภาพได้กับม้าจากโลกใต้พิภพ, โอ...... เจ้านี่ช่างน่าสนใจเสียจริง
แอนเนล็อตเต้ : " คิดจะทำอะไร..... "
โครเด็ท         : " โอ้...   ข้าก็แค่คิดจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งเท่านั้นเอง "
แอนเนล็อตเต้ : " อะไรนะ! " 
โครเด็ท         : " ในเมื่อเจ้าต้องการหัวของข้า เช่นนั้นก็เข้ามาสิ "
 
ไม่ว่าควีนจะวางแผนอะไรไว้ เหล่าทหารก็ได้ล่าถอยออกไปเหลือเพียงแค่ควีนที่ยืนประจันหน้ากับแอนเนล็อตเต้เท่านั้น
 
บางทีนี่อาจเป็นกับดัก--
ยังไงซะโอกาสแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว.
แอนเนล็อตเต้หยิบดาบแล้วยืนขึ้นมา
 
แอนเนล็อตเต้ : " นามของเราคือแอนเนล็อตเต้, คนของมากราฟแห่งครูซและอัศวินคนสุดท้ายของเขา "
โครเด็ท         : " ครูซ......?  ข้าคิดว่าทายาทนั้นจะเป็นชายทั้งหมดเสียอีก "
แอนเนล็อตเต้ : " ไม่มีอะไรแตกต่างในเมื่อไม่มีอาณาจักรครูซอีกต่อไป "
 
เพราะเจ้าเป็นคนเผาทุกอย่างสู่ผืนดิน--
ความโกรธเกรี้ยวของแอนเนล็อตเต้นั่นส่งผ่านออกมาทางคำพูดอย่างโกรธแค้น
 
โครเด็ท         : " ฮ่าฮ่าฮ่า......!! แน่นอน, ถูกแล้ว "
แอนเนล็อตเต้ : " หยิบดาบของเจ้าซะ "
โครเด็ท         : " ไม่.... ไม่จำเป็นหรอก "
 
โครเด็ทเปิดผ้าคลุมศรีษะออกพลางยิ้มเยาะใส่แอนเนล็อตเต้
 
แอนเนล็อตเต้ : " แล้วเจ้าจะต้องเสียใจกับคำพูดนี้ "
 
เช่นเดียวกับการสู้ศึกบนหลังม้า ด้วยความสามารถอันลำเลิศของแอนเนล็อตเต้นั้นมั่นใจว่าด้วยความเร็วและพละกำลังนี้จะต้องปลิดชีพของควีนได้ในคราเดียวแน่
 
อย่างไรก็ดี--
 
 
แอนเนล็อตเต้ : " หา......? "
 
โครเด็ทหายไปอย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียงแต่ผ้าคลุมที่ดาบได้สัมผัส
 
โครเด็ท : " เข้าใจละ เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เลวนี่  สำหรับมนุษย์ละก็นะ "
 
หลังจากที่โครเด็ทกระสิบข้างหูแอนเนล็อตเต้อย่างเบาๆ สายฟ้าได้ฟาดลงมาที่ตัวหล่อนในทันที
 
แอนเนล็อตเต้ : " อ๊า...!!! "
 
อัศวินสาวตัวโค้งไปข้างหลังดุจคันธนูพร้อมกับทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
 
แอนเนล็อตเต้ : " แฮก!  แฮก!!  ฮ่า...!"
 
แอนเนล็อตเต้ก้มหอบลงกับพื้นอย่างเจ็บปวด โครเด็ทยิ้มขึ้นอย่างสบายอารมณ์
 
โครเด็ท : " เป็นอะไรไป จบแค่นี้เหรอ? "
 
"แม่ทัพวายุอัศนี" สมญานี้ของโครเด็ทแสดงถึงความสามารถในการควบคุมสายฟ้าอันทรงพลัง เมื่อหล่อนได้มาเป็นควีนความสามารถนี้ยังคงอยู่เช่นเดิมซ้ำยังแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก  กระแสไฟสีม่วงที่เป็นประกายรอบผ้าคลุมดุจดั่งอสรพิษร้ายที่กำลังเลี้อยไปมา
 
แอนเนล็อตเต้ : " บ้าจริง......! "
 
ขาอันสั่นรัวของแอนเนล็อตเต้ค่อยๆยืนขึ้นมาพร้อมกับตั้งท่าดาบอีกครั้ง
 
โครเด็ท         : " ยังยืนขึ้นมาได้อีกรึนี่, สาวน้อย? "
แอนเนล็อตเต้ : " แน่นอน.....  อัศวินจะไม่มีวันยอมคุกเข่าจนกว่าชีวิตของเขาจะหาไม่! "
โครเด็ท          : " ถ้าอย่างนั้นละก็...... "
 
แอนเนล็อตเต้วาดดาบขึ้น
 
โครเด็ท  : " เช่นนั้นข้าก็จะมอบความอัปยศที่ยิ่งกว่าความเจ็บปวดใดๆหรือแม้แต่ความตายให้แก่เจ้า "
 
มือที่ยกออกมาจากผ้าคลุมปรากฎสายฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง
 
แอนเนล็อตเต้ : "  อ๊า...!!!!! "
 
ผลของสายฟ้าทำให้ตัวของแอนเนล็อตเต้นั้นดูแข็งทื่อ กล้ามเนื้อถูกทำให้เป็นอัมพาต  โครเด็ทเข้าไปหาอัศวินสาวที่ยังไม่ยอมล้มลง
 
โครเด็ท : " อะไรกัน? ควีนที่เจ้าต้องการจะฆ่ายังยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าอยู่เลยนะ "
โครเด็ท : " หืมม, หล่อนยังคงรู้สึกตัวอยู่ แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย "
 
มือข้างหนึ่งของโครเด็ทยกขึ้นมาบีบที่คอของแอนเนล็อตเต้
 
แอนเนล็อตเต้ : "  อุ๊..!   ค.....   อัคค! "
 
แอนเนล็อตเต้อ้าปากครวญออกมาด้วยความทรมาน
 
โครเด็ท : " ฮ่าฮ่าฮ่า! ตอนนี้สารรูปของเจ้าดูเหมือนสุนัขอดอยากก็ไม่ปาน "
แอนเนล็อตเต้ : "  (บะ...... บ้าจริง!) "
 
สีหน้าของแอนเนล็อตเต้เปลี่ยนจากความโกรธเป็นบิดเบี้ยวและซีดเซียวลงแทน
 
โครเด็ท : " เป็นแบบนี้ชักไม่สนุกซะแล้ว "
 
มืออีกข้างของโครเด็ทกระชากเสื้อเกราะส่วนบนของแอนเนล็อตเต้ออกปรากฎรูปร่างอันงดงามสู่สายตาของราชินีทมิฬ
 
โครเด็ท          : " ไม่ว่าดูอย่างไรก็เป็นรูปร่างของสตรีเพศ ?  เจ้าจะเสแสร้งเป็นบุรุษไปเพื่อการใดจนถึงบัดนี้! "
แอนเนล็อตเต้  : "หะ... หุปปาก! "
 
ด้วยความโกรธประกอบกับความอายทำให้แก้มของแอนเนล็อตเต้ดูแดงระเรือขึ้น
 
แอนเนล็อตเต้ : "  (ร่างกายเริ่มที่จะหายชาแล้ว อดทนอีกนิดจนกว่าจะเราจะมีแรงเหวี่ยงดาบอีกครั้ง) "
 
แอนเนล็อตเต้ต้องอดทนอย่างเต็มที่ต่อความอับอายต่อหน้าเหล่าประชาชนที่พากันมุงดูและเหล่าทหารที่ไร้ยางอายทั้งหลาย
 
โครเด็ท   : "เจ้ามีจุดประสงค์อันใด?  บอกข้ามา "
แอนเนล็อตเต้ : "  กรี๊ด--! "
 
ปลายนิ้วของโครเด็ทวาดลงสู่ยอดปทุมถันและจิกมันลงไป
 
โครเด็ท   : " ไม่ต้องรีบร้อน.....  ข้าจะให้เจ้าสำรอกความลับออกมาให้หมด "
แอนเนล็อตเต้ : "  กรี๊ดดดดดดดดดดด~~~! "
 
ที่ปลายนิ้วได้ปล่อยกระแสไฟออกมาเมื่อเปรียบเทียบกับสายฟ้าอันทรงพลังก่อนหน้านั้นช่างน้อยกว่ามากแต่ความเจ็บปวดที่แล่นสู่จุดสัมผัสที่อ่อนไหวทำให้แอนเนล็อตเต้เกิดความรู้สึกแปลกๆอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
 
แอนเนล็อตเต้ : " ฮัคค!  ฮัคคค!  กรี๊ดด! "
 
กระแสไฟยังคงแล่นเข้าสู่ยอดปทุมถันของแอนเนล็อตเต้ถึงแม้จะเป็นเสียงกรี๊ดร้องอันแสนน่าเกลียดเสียงครางที่เล็ดลอดออกมาของหล่อนกลับแฝงไปด้วยความสุข
 
โครเด็ท   : " หยุดดื้อเสียทีแม่หนูน้อย ความสนุกพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง......"
 
ไร้ซึ่งการต่อต้าน แอนเนล็อตเต้ไม่สามารถจะทนต่อการทรมาณนี้ได้อีกแล้วหากแต่จิตวิญญานที่ยังไม่ยอมนั้นยังกึกก้องว่า
 
แอนเนล็อตเต้ : " (นี้..... แบบนี้..... ชั้นไม่ยอมแพ้แบบนี้แน่!) "
 
หล่อนสิ้นเรี่ยวแรงไปทั้งแขนขาหรือแม้แต่จะกำดาบเอาไว้แต่แรงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายได้ถูกรวบรวมขึ้นมา
 
โครเด็ท : "อะไรกั...... "
 
ดาบสุดท้ายสร้างได้แค่เพียงรอยขูดบนหมวกของโครเด็ทที่ป้องกันใบหน้าเอาไว้ กระนั้นก็สร้างรอยบากสีแดงสดขึ้นบนแก้มของโครเด็ทด้วย
 
แอนเนล็อตเต้ : " (ชั้นแพ้แล้ว ชะตากรรมของชั้นมาได้แค่นี้ซินะ....) "
 
จะตายหรือไม่แอนเนล็อตเต้ก็ไม่เสียใจต่อผลลัพธ์เพราะหล่อนได้สู้อย่างอัศวินและตายสมเกียรติอัศวินแล้ว ระหว่างที่กำลังจะสลบลงกับพื้นได้ปรากฎรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของแอนเนล็อตเต้
 
โครเด็ท : " นานมาแล้วที่ไม่มีใครสามารถทำให้ข้าบาดเจ็บได้ หากต้องสังหารหล่อนซะก็น่าเสียดาย"
 
โครเด็ทวาดนี้วไปตามรอยแผลบนแก้มด้วยสีหน้ายินดี
 
โครเด็ท : " เอาหล่อนไปเข้าคุก "
 
เหล่าทหารกรูกันเข้ามาคุมตัวของแอนเนล็อตเต้ในขณะที่ยังไม่ได้สติ
 
โครเด็ท : " หล่อนก็เป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดา  ข้าจะค่อยๆสำรวจรูปร่างของเจ้าอย่างช้าๆเอง  ด้วยใครซักคนที่เหมาะกับงานนี้  หิ หิ หิ "
 
เสียงหัวเราะอย่างเบาๆดังออกมาจากผ้าคลุมศรีษะ นั่นเป็นเสียงหัวเราะแห่งความชั่วร้ายที่ดูไม่คู่ควรกับบุคคลที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพผู้เที่ยงธรรม
ต่อหน้าความแข็งแกร่งอันมหาศาลของควีน แอนเนล็อตเต้ได้พบกับความพ่ายแพ้อันแสนทุกข์ทน เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ประจักแก่สายตาของประชาชนมากมาย เหล่าทหาร และนักรบทั้งหลาย สำหรับเขาเหล่านั้นแล้วแอนเนล็อตเต้มิได้ถูกเยาะเย้ยดูถูกหรือสมเพชแต่อย่างใด หากแต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังประทุขึ้นจากจิตสำนึกเบื้องลึกของเขาเหล่านั้น
หาได้รู้ไม่ แสงสว่างแห่งความหวังได้เกิดขึ้นแล้ว....
 
Chareacter in the Chapter : (ไว้มีโอกาสจะทำโปรไฟล์ของแต่ละคนอีกต่อไปครับ)
Annelotte
Claudette
 
 
มาร์กราฟ (อังกฤษ: Margrave) เป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางสืบตระกูลที่ใช้กันในยุโรปที่ปกครองดินแดนที่เรียกว่าอาณาจักรมาร์กราฟ (Margraviate) ที่เป็นดินแดนชายแดนเช่นอาณาจักรมาร์กราฟแห่งบรานเดนบวร์ก มาร์กราฟเป็นตำแหน่งที่ใช้ในยุคกลางที่ผู้ถือตำแหน่งมีหน้าที่รับผิดชอบทางการทหารในบริเวณชายแดนของราชอาณาจักร อาณาจักรชายแดนเป็นอาณาจักรที่ต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานจากภายนอกก่อนดินแดนส่วนอื่นๆ ของราชอาณาจักรฉะนั้นมาร์กราฟจึงมักจะมีกองกำลังภายใต้การปกครองที่มีขนาดใหญ่กว่าขุนนางดินแดนภายในอื่นๆ และมักจะมีดินแดนในปกครองที่มีเนื้อที่มากกว่าที่เป็นผลมาจากการขยายดินแดนของตนเอง ในยุคกลางมาร์กราฟมักจะมีอำนาจที่เป็นของตนเองที่ได้รับพระราชทานเมื่อเทียบกับขุนนางสืบตระกูลตำแหน่งอื่นๆ แต่เมื่อมาถึงปลายยุคกลางและต้นสมัยใหม่ ความมั่นคงในบริเวณชายแดนก็เพิ่มมากขึ้น อำนาจของมาร์กราฟและขุนนางอื่นก็เริ่มลดถอยลง (อ้างอิงเพิ่มเติมที่http://en.wikipedia.org/wiki/Margrave)

คำว่า “Margrave” (ละติน: marchio) เป็นชื่อตำแหน่งในภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษของตำแหน่งเยอรมัน “Markgraf” ที่มาจากคำว่า “Mark” (อาณาจักรชายแดน) และคำว่า “Graf” (เคานท์) รวมกัน

 
แต่งเรื่อง : Tomohiro Matsu, ภาพประกอบ : Tsurugi Hagane
  
Credit :